เปลือกโลกมิใช่แผ่นศิลาที่หยุดนิ่ง หากแต่เป็นจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ที่เกิด "การเปลี่ยนรูป" อยู่เสมอภายใต้แรงเค้นมหาศาล เมื่อแรงอัดที่ชั้นหินรับเกินขีดจำกัดความยืดหยุ่น จะเกิดการโค้งงออย่างต่อเนื่อง เรียกว่ารอยคดโค้ง (Fold)而当แรงเค้นระเบิดอย่างฉับพลันทำให้หินแตกและเกิดการเคลื่อนตัว จะเกิดรอยเลื่อน (Fault)
1. รอยคดโค้งกับ "ภูมิประเทศกลับด้าน"
ในวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาอันยาวนาน ชั้นหินมิได้คงรูปร่างเดิมไว้เสมอไป เนื่องจากการกัดเซาะแตกต่างส่วนโค้งนูนขึ้นของหินชั้นโค้งคว่ำ (Anticline) รับแรงดึงทำให้หินแตกร่วน ถูกกัดเซาะโดยลมและน้ำจนราบเป็นหุบเขาได้ง่าย ในขณะที่ส่วนร่องของหินชั้นโค้งหงาย (Syncline) ถูกบีบอัดทำให้หินแข็งแกร่ง กลับตั้งตระหง่านเป็นภูเขา นี่คือหลักการ "Anticline กลายเป็นหุบเขา Syncline กลายเป็นภูเขา" อันโด่งดังทางภูมิศาสตร์
2. การกำเนิดภูเขาบล็อก: โฮสต์ (Horst) กับแกรเบน (Graben)
- โฮสต์ (Horst)มวลหินที่ยกตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรอยเลื่อนสองข้าง มักก่อตัวเป็นภูเขาบล็อก高大ตระหง่าน เช่นเขาไท่ซาน เขาหลูซาน
- แกรเบน (Graben)มวลหินที่จมตัวลงสัมพัทธ์ มักกลายเป็นหุบเขาหรือแอ่งลึก เช่นที่ราบลุ่มแม่น้ำเว่ยเหอ หุบเขาแม่น้ำเฟินเหอ
ตรรกะธรณีวิทยา: จากแรงสู่ภูมิประเทศ
รอยคดโค้ง (Fold) แสดงถึง "การบีบอัดแบบยืดหยุ่น" ของโลก มักเกิดในสภาพแวดล้อมที่ลึก มีอุณหภูมิและความดันสูง ส่วนรอยเลื่อน (Fault) คือ "การหักแบบแข็ง" ของเปลือกโลก มักมาพร้อมกับแผ่นดินไหว หัวใจของการจำแนกคือการสังเกตความต่อเนื่องของชั้นหินและลำดับอายุ (ชั้นเก่าตรงกลางคือ Anticline ชั้นใหม่ตรงกลางคือ Syncline)